การดิ้นของทารกในครรภ์
การดิ้นของทารกในครรภ์

การดิ้นของทารกในครรภ์

ในเรื่องการดิ้นของลูกนั้นเป็นความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลาย โดยปกติในครรภ์แรก ลูกมักจะดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 18-20 สัปดาห์ และในครรภ์หลังๆ ลูกจะดิ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16-18 สัปดาห์ โดยอายุครรภ์ที่นับเป็นสัปดาห์ ในทางการแพทย์นั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ไม่ใช่นับตั้งแต่วันที่ขาดประจำเดือนเหมือนกับที่เราคิดกันทั่วๆ ไป ด้วยเหตุนี้จึงมักจะเกิดความสับสนกันบ่อยๆ ระหว่างคุณแม่ที่ตั้งครรภ์กับคุณหมอที่ดูแล ทำให้การคำนวณอายุครรภ์ผิดพลาดได้สำหรับสาเหตุที่ทำให้ลูกในคุณแม่ครรภ์แรกดิ้นช้ากว่าลูกในคุณแม่ครรภ์หลัง ไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าตัวน้อยในครรภ์หลังแข็งแรงกว่าหรือโตกว่าหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะคุณแม่ในครรภ์หลังมีประสบการณ์ความรู้สึกลูกดิ้นมาแล้ว ทำให้รู้ว่าที่มีอะไรขยับในท้องนั้นเป็นการดิ้นของลูก ในขณะที่คุณแม่ครรภ์แรกถึงแม้ลูกจะดิ้นแล้ว แต่คุณแม่ก็ยังไม่รู้ว่านั่นคือการดิ้นของลูก กว่าคุณแม่จะรู้ ลูกในครรภ์ต้องมีขนาดที่โตและดิ้นแรงแล้วจึงจะรู้สึกได้ ถ้าลองถามเพื่อนๆ ที่ตั้งครรภ์บางคนในรุ่นราวคราวเดียวกัน อาจจะพบว่าตั้งครรภ์ 6 เดือนแล้ว ลูกก็ยังไม่ดิ้น โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีหน้าท้องหนา เพราะฉะนั้นเมื่อลูกยังไม่ดิ้นเมื่อถึงอายุครรภ์ที่กล่าวมา อาจจะยังไม่ต้องวิตกกังวล แต่ในทางตรงกันข้ามก็อย่าชะล่าใจมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การดูแลต่อไปก็จะดีค่ะ

ลูกเริ่มต้นเมื่อไหร่

มาดูกันว่าจริงๆ แล้ว ลูกในครรภ์จะเริ่มดิ้นตั้งแต่เมื่อไร ถ้าเราใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรือเครื่องอัลตราซาวนด์ที่เรารู้จักกันดีตรวจ ก็จะพบว่าลูกในครรภ์เริ่มมีการขยับตัวราวอายุครรภ์ประมาณ 6-7 สัปดาห์ แต่เป็นการขยับตัวที่เบามากจนคุณแม่ไม่รู้สึก ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ เพราะเราเคยเชื่อกันว่า อายุครรภ์ขนาดนี้ลูกยังเป็นเพียงก้อนเลือดอยู่เลย แต่เปล่าหรอกครับ…อายุครรภ์ขนาดนี้ เป็นตัวเรียบร้อยแล้ว เริ่มมีตุ่มแขนตุ่มขางอกออกมาและหัวใจก็เริ่มเต้นตุ้บตั้บแล้ว ใครที่เคยดูอัลตราซาวนด์ในช่วงอายุครรภ์ขนาดนี้ คงเป็นพยานได้หลังจากนั้นความถี่และความแรงของการดิ้นก็จะมากขึ้นตามอายุครรภ์จนคุณแม่รู้สึกได้

 ลูก ดิ้นแค่ไหนถึงจะดี

เคยมีการศึกษาโดยให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ปกตินับลูกดิ้น พบว่าที่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ลูกจะดิ้นเฉลี่ยประมาณ 200 ครั้ง/วัน ถึงตอนนี้คุณแม่ที่กำลังอ่านอยู่อย่าเพิ่งตกใจนะครับ การศึกษานี้เขาให้คุณแม่นั่งสังเกตลูกดิ้นและจดเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องทำอย่างอื่น เพราะการรู้สึกลูกดิ้นจะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสมาธิของคุณแม่ ความแรงของการดิ้น และความหนาของผนังหน้าท้อง เป็นต้น ฉะนั้นคุณแม่ที่ต้องทำงานแบบเราๆ ท่านๆ คงรู้สึลูกดิ้นไม่มากเท่านี้หรอกค่ะ แต่ถ้าช่วงไหนเราอยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรจะลองนับเล่นดูก็ได้นะครับ ว่าเท่าที่เขาบอกหรือเปล่า อาจจะเพลินไปอีกแบบ

หลังจาก 20 สัปดาห์แล้ว ลูกก็จะดิ้นถี่ขึ้นและแรงขึ้น จนอายุครรภ์ประมาณ 32 สัปดาห์ ลูกจะดิ้นเฉลี่ยประมาณ 500 ครั้ง/วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลงจนเฉลี่ยประมาณ 282 ครั้ง/ วัน เมื่อคลอดการที่ลูกดิ้นน้อยลงในระยะท้ายๆ ของการตั้งครรภ์นั้นเชื่อว่าเกิดจากการที่ลูกในท้องของคุณแม่หลับยาวขึ้น ซึ่งแต่ละครั้งอาจหลับได้ยาวถึง 75 นาที นั่นหมายความว่าในช่วงหลังๆ ของการตั้งครรภ์ลูกอาจจะหยุดดิ้นไปได้ถึง 75 นาที จากการหลับของลูก ฉะนั้นการสังเกตนับลูกดิ้นอาจจะต้องสังเกตวันละหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้อยู่ในช่วงหลับของลูก

  4 ลีลา ท่าดิ้นลูก

ถึงตอนนี้อาจจะมีคำถามจากคุณแม่ว่า แล้วการที่ลูกดิ้นเบา ดิ้นแรงมีความหมายอะไรหรือไม่ จะบ่งบอกถึงสุขภาพของเด็กได้หรือเปล่า ถ้าดูรายละเอียดของการดิ้นแล้วจะพบว่า การดิ้นของลูกในท้องตามความรู้สึกของแม่อาจจะแบ่งได้เป็น 3-4 อย่างใหญ่ๆ ดังนี้ค่ะ

1.            การดิ้นเบาๆ

2.            การดิ้นแรงๆ หรือการเตะ หรือการเคลื่อนไหวแบบกระตุก

3.            การเคลื่อนแบบเป็นคลื่น

4.            การกระตุกเป็นจังหวะหรือการสะอึก

ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว การดิ้นทั้ง 4 แบบ ก็ไม่ค่อยได้มีความหมายแตกต่างกันมากนัก เพราะอย่างที่ได้กล่าวตอนต้นแล้วว่า การรู้สึกถึงลูกดิ้นมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ดังนั้น อย่างน้อยขอให้ดิ้นไว้ก่อนก็ยังแสดงว่าลูกปลอดภัยนะคะในทางทฤษฎีแล้วการดิ้นเบาๆ จะเป็นการดิ้นของลูกอายุครรภ์น้อยๆ เช่น อายุครรภ์ประมาณ 16-18 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น การดิ้นก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นการดิ้นแบบที่ 2 ส่วนการดิ้นแบบแรกก็จะเริ่มลดลง สำหรับการดิ้นแบบที่ 3 เป็นการดิ้นที่พบได้ปะปนกันไปในทุกอายุครรภ์ ส่วนการสะอึกนั้น มักพบในช่วงท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ ซึ่งก็เหมือนกับการสะอึกของผู้ใหญ่ทั่วไปค่ะแต่เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกว่าลูกดิ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เราอาจจะต้องแยกให้ออกจากการเต้นของหลอดเลือดแดง ซึ่งคุณแม่อาจจะรู้สึกได้ ทั้งนี้เนื่องจากมดลูกของคุณแม่จะวางอยู่บนแนวของเส้นเลือดแดง ที่วิ่งจากหัวใจลงสู่ส่วนล่างของร่างกาย ดังนั้นเมื่อเรานอนหงายหรือนั่งเอนหลัง มดลูกก็จะไปวางบนลำของเส้นเลือดแดง ซึ่งจะทำให้มีการส่งผ่านของการเต้นมาที่มดลูก ทำให้คุณแม่รู้สึกว่ามีการเต้นเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอได้วิธีง่ายๆ ที่จะแยกว่าเป็นการดิ้นของลูกในท้องหรือเป็นการเต้นของเส้นเลือดคุณแม่เอง ก็ทำได้โดยการจับชีพจรตัวเองบริเวณข้อมือเทียบกับความรู้สึกของการเต้น ถ้าการเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับชีพจร ก็แสดงว่าเป็นการเต้นของเส้นเลือดคุณแม่นั่นเอง แต่ถ้าจังหวะการเต้นแตกต่างกันก็แสดงว่าการเต้นนั้นเป็นการดิ้นของลูกอย่างเป็นจังหวะค่ะ

Scroll To Top