Home / การตั้งครรภ์ (page 3)

หมวดหมู่: การตั้งครรภ์

Feed Subscription

การตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ พัฒนาการทารกขณะตั้งครรภ์

รู้ได้อย่างไรว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง

รู้ได้อย่างไรว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง

แพทย์สามารถตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์ได้หลายวิธีได้แก่   1.    การวัดความสูงยอดมดลูก เมื่อมาฝากครรภ์ทุกครั้งเป็นการตรวจการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทางอ้อม เพราะถ้าทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรงจะมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดมดลูกสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระยะตั้งครรภ์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 18 ถึงสัปดาห์ที่ 34 2.    การตรวจการดิ้นของทารกในครรภ์ ซึ่งแม่รับรู้การดิ้นได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์ขึ้นไป การที่เด็กดิ้นน้อยลงมักพบร่วมกับภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง และอยู่ในภาวะอันตราย ทารกจะดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้นประมาณ 12-48 ชั่วโมง ก่อนตาย การที่ทารกดิ้นน้อยลงจึงเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อตั้งครรภ์ตั้งแต่ 32 สัปดาห์ ขึ้นไป 3.    การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตร้าซาวด์ เป็นการตรวจโครงสร้างและอวัยวะต่างๆ ของทารกในครรภ์ ว่าเจริญเติบโตปกติหรือไม่ และใช้ค้นหาความพิการแต่กำเนิด นอกจากนี้ยังสามารถตรวจเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของทารก ปริมาณน้ำคร่ำ ลักษณะของรกและตำแหน่งที่รกเกาะและสายสะดือ การตรวจสามารถทำได้ ...

Read More »

ทารกไม่กลับหัวมีก้นเป็นส่วนนำ (Breech presentation)

ทารกไม่กลับหัวมีก้นเป็นส่วนนำ (Breech presentation)

ทารกท่าก้นหมายความว่าอย่างไร? ตามปกติเมื่อครบกำหนดคลอด ทารกส่วนใหญ่ 95-97% จะเอาศีรษะเป็นส่วนนำ (ส่วนของทารกที่จะคลอดออกมาก่อนส่วนอื่นๆ) กล่าวคือ ศีรษะจะเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุดในช่องเชิงกราน และจะคลอดออกมาทางช่องคลอดก่อนส่วนอื่นของร่างกาย ที่เรียกว่าทารกอยู่ในท่าศีรษะ/ท่าหัว ซึ่งเป็นท่าที่เหมาะสมสำหรับการคลอดทางช่องคลอดมากที่สุด เพราะคลอดได้ง่ายที่สุด แต่มีทารกประมาณ 3-4% เอาก้นเป็นส่วนนำ หรืออยู่ต่ำสุด เรียกว่าทารกอยู่ในท่าก้น หรือ “ทารกท่าก้น (Breech presentation)” ซึ่งไม่ใช่ท่าคลอดปกติ การคลอดจึงไม่ปกติเหมือนทารกท่าศีรษะ ทั้งนี้ทารกอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด มีโอกาสที่จะอยู่ในท่าก้นมากขึ้น ทารกในท่าก้นยังแบ่งเป็นอีกหลายแบบ ได้แก่ Flank breech พบท่านี้มากที่สุด ทารกเอาก้นเป็นส่วนนำ งอข้อสะโพก แต่เหยียดข้อเข่า     Complete breech ทารกเอาก้นเป็นส่วนนำ งอข้อสะโพก และงอข้อเข่า     ...

Read More »

ยากันแท้งคืออะไร

ยากันแท้งคืออะไร

ยากันแท้งคืออะไร ยากันแท้งที่มีอยู่ทั่วไปเป็นฮอร์โมนพวกโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ หรือยาอื่นในกลุ่มเดียวกัน มีทั้งฉีดและชนิดเม็ดใช้กิน ยานี้จะมีประโยชน์เฉพาะสำหรับผู้ที่ขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเท่านั้น แต่คนแท้งทั่วๆ ไปจะพบภาวะนี้ไม่นานนัก วิธีใช้ยาจะต้องให้เพื่อป้องกันก่อนจะแท้ง คือก่อนที่จะมีเลือดออก (ในรายที่มีประวัติการแท้งมาก่อน) ถ้าเริ่มให้เมื่อเลือดออกแล้วก็อาจจะได้ผลไม่เต็มที่นัก นอกเสียจากว่าจะช่วยทางจิตใจของคุณแม่และหมอ คือคุณแม่ก็รู้สึกว่าหมอได้รักษาแล้ว หมอเองก็รู้สึกว่าได้ให้การรักษาคนไข้แล้วด้วย แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาการแท้งอย่างหนึ่ง คือการนอนพักและได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามี อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า T.L.C (Tender Loving Care) หรือการเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมนั่นเอง ในเรื่องของยากันแท้งนี้มีข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรไปหาซื้อยากันแท้งใช้เองเด็ดขาด เพราะยาในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด ควรจะได้รับคำแนะนำจากหมอเสียก่อนนะครับ เหมือนกับการใช้ยาอื่นๆ ในขณะตั้งครรภ์ที่จะต้องระวังมากๆ เมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ ได้ยาจากหมอ และเลือดหยุดได้เอง การตั้งครรภ์ต่อไปก็จะเป็นเรื่องปกติ คุณแม่อย่าได้กังวลว่าทารกในครรภ์จะเกิดความพิการหรือผิดปกติ เพราะกลุ่มที่เลือดหยุดได้เองมักจะเกิดจากสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่จากความพิการของทารก การแท้งเป็นสิ่งไม่คาดฝันและไม่อยากให้เกิดขึ้นในคุณแม่ที่ต้องการมีบุตร การแท้งมีหลายชนิดดังนี้ค่ะ 1. การแท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ...

Read More »

ประเภทของการอัลตราซาวนด์

ประเภทของการอัลตราซาวนด์

ประเภทของการอัลตราซาวนด์ ในช่วงแรกที่นำเครื่องอัลตราซาวนด์มาใช้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อสัก 20 ปีก่อน พบว่าภาพของทารกและอวัยวะอื่นๆ ในครรภ์ที่ตรวจได้มองไม่ค่อยชัด เห็นอวัยวะต่างๆ ในลักษณะเป็นจุดๆ ต่อมาดีขึ้นเห็นเป็นภาพสองมิติแต่เป็นภาพนิ่ง ต่อมาจึงเห็นภาพเคลื่อนไหวได้เลยขณะที่ตรวจ  ปัจจุบันมีการอัลตราซาวนด์ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกตามความต้องการว่าอยากเห็นภาพทารกชัดแค่ไหน แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ที่จะเลือกให้เหมาะสมกับสภาพการตั้งครรภ์หรือปัญหาของคุณแม่แต่ละคน อัลตราซาวนด์ 2 มิติ ภาพที่ได้จากการอัลตราซาวนด์ 2 มิติ จะเป็นภาพที่เห็น ความกว้างและความยาว เป็นภาพตัดขวางตามแนวคลื่นเสียงความถี่สูงที่ส่งออกไป ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้ทีละระนาบในแต่ละครั้ง การอัลตราซาวนด์แบบนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวินิฉัยถึงความ ผิดปกติต่างๆได้ดี ซึ่งแพทย์จะนิยมใช้ภาพ 2 มิตินี้ในการตรวจเป็นมาตรฐาน แต่ภาพที่เห็นลักษณะนี้จะดูและเข้าใจได้ยากโดยคนทั่วๆไป คุณพ่อคุณแม่ก็มักดูไม่รู้ว่าหน้าตาลูกเป็นอย่างไร หรือดูไม่รู้ว่าตรงไหนคืออวัยวะอะไรบ้าง อัลตราซาวนด์ 3 มิติ การอัลตราซาวนด์แบบ 3 มิติ จะมีการตรวจและอุปกรณ์ประมวลผลจะมีความซับซ้อนมากขึ้น เครื่องจะทำหน้าที่เก็บภาพ 2 มิติ ...

Read More »

คนท้องใช้ไมโคเวฟอันตรายหรือไม่

คนท้องใช้ไมโคเวฟอันตรายหรือไม่

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเตาไมโครเวฟ ในปัจจุบันหลายครอบครัวมักจะมีเตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ในครัวด้วย หลายท่านคงจะทราบถึงอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากเตาไมโครเวฟ แต่ทราบหรือไม่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาจากเตาไมโครเวฟนั้นมีผลต่อทารกใน ครรภ์อย่างไร และรุนแรงแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเตาไมโครเวฟมีอันตรายต่อมนุษย์ ทางผู้ผลิตจึงต้องสร้างผนังกั้นคลื่นแม่เหล็กเอาไว้ ซึ่งก็คือประตูเปิดปิดของเตานั้นเอง ซึ่งหากประตูของตู้ไมโครเวฟเริ่มชำรุดหรือชำรุดแล้วแต่ยังใช้อยู่ เมื่อเครื่องเริ่มทำงาน คลื่นแม่เหล็กมีโอกาสเล็ดลอดออกมาได้ในระยะ 1-2 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นอันตรายกับมนุษย์ที่อยู่ในระยะนั้นทุกคน โดยเฉพาะหากแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ คลื่นแม่เหล็กจะมีผลต่อเด็กทารกในครรภ์มาก ดังนั้นก่อนที่เราจะใช้ไมโครเวฟ ขอให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ชำรุด แต่หากเราใช้อย่างระมัดระวัง คือไม่ใช้เตาไมโครเวฟที่ชำรุด ฝาปิดไม่สนิท หรือยืนอยู่หน้าเตาขณะเปิดใช้งาน ก็จะไม่มีปัญหาอะไรค่ะ และที่สำคัญคือห้ามใช้เตาไมโครเวฟในการอุ่นนมหรือต้มนมให้ทารกทานเพราะแร่ ธาตุและสารอาหารต่างๆ ในนมจะถูกทำลายไปหมดแล้ว พว.นฤมล  เปรมปราโมทย์  เรียบเรียง ที่มา  http://www.deccanherald.com/ ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Read More »

อาหารที่ช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์หลับง่าย สบายขึ้น

อาหารที่ช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์หลับง่าย สบายขึ้น

อาหารที่ช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์หลับง่าย สบายขึ้น เครื่องดื่มอุ่น เช่น นมอุ่นๆ เครื่องดื่มประเภทมอลต์สกัด อาจจะผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยเล็กน้อย รับประทานร่วมกับขนมปังกรอบสัก 2-3 แผ่น เพื่อไม่ให้ท้องว่างเกินไป เพราะในนม มีทริปโทแฟน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) ซึ่งเซลล์สมองจะดูดซึมสารตัวนี้จากกระแสโลหิต และสมองจะเปลี่ยนให้เป็นสารซีโรโทนิน ซึ่งช่วยทำให้ประสาทผ่อนคลาย สำหรับน้ำผึ้ง มีฤทธิ์เป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ ซึ่งยาไทยนำมาเป็นส่วนผสมของการผสมยาชนิดต่างๆ มานานแล้ว อาหารประเภทแป้ง จะ ช่วยเสริมสร้างความคงทนของร่างกาย และแป้งยังมีฤทธิ์คล้ายยาระงับประสาท ช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งซีโรโทนิน ดังนั้นอาหารมื้อเย็นอาจจะเพิ่มแป้ง และลดปริมาณโปรตีนลง   ผักกาดหอม เป็นผักที่มีการวิจัยออกมาว่า ในใบและก้านของผักชนิดนี้มีสารรสขมที่ชื่อว่า ‘แลกคูทาเรียม’ เป็นสารที่ทำให้ง่วงนอน จิตใจสงบ และผ่อนคลาย สมุนไพร เช่น ขี้เหล็ก ชุมเห็ดไทย ...

Read More »

ผลไม้ห้ามรับประทานและการเลือกรับประทานผลไม้ขณะตั้งครรภ์

ผลไม้ห้ามรับประทานและการเลือกรับประทานผลไม้ขณะตั้งครรภ์

ผลไม้ต้องห้ามยามท้อง/หรือควรรับประทานให้น้อย นอกจากแร่ธาตุและสารอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่ออาการต่างๆ ของแม่ท้องแล้ว ลักษณะของผลไม้ยังเป็นสิ่งที่แม่ท้องสามารถสังเกต และเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า ผลไม้ดังต่อไปนี้ไม่เหมาะกับคุณ  ผลไม้ดิบ จะมีปริมาณแป้งมากกว่าน้ำตาล ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด เพราะแป้งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายต้องใช้เวลาย่อยนาน เช่น มะม่วงดิบ ฝรั่งดิบ กล้วยดิบ ควรเคี้ยวให้ละเอียดทุกครั้งหากต้องการกิน  ผลไม้ที่มียาง ยางจากผลไม้อาจทำให้มีผื่นแพ้ คันที่ผิวหนัง และริมฝีปาก คุณแม่ควรล้างน้ำให้หมดยางหรือปอกเปลือกก่อนกิน เช่น มะปราง มังคุด ลองกอง หรือลางสาด เป็นต้น ผลไม้นอกฤดูกาล นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ผลไม้นอกฤดูอาจมีการใช้สารต่างๆ เพื่อเร่งผลผลิต เช่น ปุ๋ย ฮอร์โมน ยาฆ่าแมลง ฯลฯ ทำให้แม่ท้องได้รับสารเคมีเพิ่มขึ้น  ผลไม้ที่ผ่านการแปรรูป เช่น ผลไม้กวน ...

Read More »

เหงือกอักเสบอันตรายต่อสมองทารกในครรภ์

เหงือกอักเสบอันตรายต่อสมองทารกในครรภ์

บ่อยครั้งพบว่าแม่ตั้งครรภ์มักมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์และทารกหรือไม่ “เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบการเปลี่ยนแปลงทางกายและจิตใจ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายจิตใจและอายุของคุณแม่ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน หิวง่าย ท้องอืด น้ำหนักตัวเพิ่ม หน้าท้องและเต้านมขยาย ปวดหลัง อารมณ์อ่อนไหว วิตกกังวลและนอนไม่หลับ จนทำให้คุณแม่อาจจะละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก ทำให้อัตราการติดเชื้อในโรคเหงือกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดมากขึ้นตามลำดับ จากการศึกษาพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของแม่ตั้งครรภ์มักจะมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ โดยเหงือกมีอาการบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบขณะตั้งครรภ์ได้ ทำให้อาจมีเชื้อโรคจากภายในช่องปาก หรือสารเคมีที่เกิดจากการกระตุ้นของเชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่กระแสเลือด นำไปสู่การติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอาจจะกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ หรือมีภาวะคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าปกติ หรือน้อยกว่า 2,500 กรัม มากกว่าแม่ตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพเหงือกดีประมาณ 2 – 4 เท่า หรือส่งผลกระทบต่อระบบสมองของทารก รวมทั้งอาจเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษระหว่างตั้งครรภ์  ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์ที่ได้รับการรักษาโรคปริทันต์และดูแลอนามัยช่องปากอย่างดี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดโอกาสคลอดลูกก่อนกำหนดได้ค่ะ” การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดปัญหาโรคเหงือกอักเสบขณะตั้งครรภ์ ...

Read More »

การตรวจเนื้อเยื่อรกขณะตั้งครรภ์

การตรวจเนื้อเยื่อรกขณะตั้งครรภ์

การตรวจเนื้อเยื่อรก การตรวจเนื้อเยื่อรกเป็นการนำเนื้อเยื่อรกมาตรวจ ซึ่งทำได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากทารกและรกมีกำเนิดมาจากเซลล์กลุ่มเดียวกัน ในระยะแรกๆ ของการแบ่งตัวโครโมโซมของรกและทารกจึงเหมือนกันทุกประการ การนำเนื้อเยื่อของรกมาตรวจจะสามารถบอกถึงความผิดปกติของโครโมโซมในตัวทารกได้ คุณหมอเก็บเนื้อเยื่อรกอย่างไร การเจาะเก็บเนื้อเยื่อรกคุณหมอจะทำเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 10-12 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่ถุงน้ำคร่ำยังโตไม่เต็มโพรงมดลูก แต่คุณแม่บางคนอาจตัดสินใจตรวจเนื้อเยื่อรกในช่วงอายุครรภ์ที่มากกว่า คือประมาณ 13-14 สัปดาห์ การเก็บเนื้อเยื่อรก ทำได้ 2 วิธี 1. เจาะตรวจทางช่องคลอด การเจาะตรวจทางช่องคลอด คุณแม่จะต้องนอนบนเตียงคนไข้เหมือนกับการตรวจภายใน คุณหมอจะใช้เครื่องมือสอดผ่านปากมดลูกเข้าไปให้อยู่ที่ขอบรก แล้วตัดเอาเนื้อเยื่อรกมาตรวจ 2. เจาะตรวจทางหน้าท้อง การเจาะตรวจทางหน้าจะคล้ายกับวิธีการเจาะตรวจน้ำคร่ำ การตรวจเก็บเนื้อเยื่อรก คุณแม่มีโอกาสแท้งประมาณ 2% ซึ่งสูงกว่าวิธีการเจาะตรวจน้ำคร่ำ โดยทั่วไปคุณแม่ที่ตัดสินใจจะตรวจวิธีพิเศษจึงมักจะรอให้อายุครรภ์มากขึ้น เพื่อจะได้เจาะตรวจน้ำคร่ำแทนการตรวจเนื้อเยื่อรก ทำไมต้องตรวจเนื้อเยื่อรก คุณแม่ที่จำเป็นต้องตรวจด้วยวิธีนี้ก็คือ คุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการมีลูกปัญญาอ่อน ...

Read More »

ลูกไม่ยอมกลับหัว…ทำอย่างไร

ลูกไม่ยอมกลับหัว…ทำอย่างไร

การกลับหัวของทารกในครรภ์  เมื่อตั้งครรภ์อ่อนๆ ทารกจะอยู่ในครรภ์ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ในท่าใด จะเอาหัวหรือก้นลงก็ไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อทารกโตขึ้นตามอายุครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 32 สัปดาห์ ทารกควรจะเอาหัวลงเป็นส่วนนำ ตามทรงบังคับของมดลูก ซึ่งส่วนล่างจะเล็กแคบ ส่วนบนจะขยายออก เมื่อทารกเอาหัวลงก็จะอยู่ในท่าที่พอดีกับรูปทรงของมดลูก ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์แรกมาจนถึงระยะในช่วง 2-3 สัปดาห์ใกล้คลอด แต่ศีรษะของทารกยังไม่ลงเข้าสู่อุ้งเชิงกราน ก็สันนิษฐานได้ว่า คุณแม่มีอุ้งเชิงกรานแคบและจะยิ่งยืนยันได้ชัดถ้าตรวจพบว่าศีรษะของทารกยังอยู่สูง สาเหตุที่หัวไม่ลง มักเกิดจากมีอุปสรรคขัดขวางในการคลอด เช่น ทารกในครรภ์เอาก้นลง ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ การไม่ได้สัดส่วนกันระหว่างอุ้งเชิงกรานและขนาดศีรษะของทารก หากศีรษะของทารกมีขนาดใหญ่กว่าอุ้งเชิงกราน ก็ทำให้ทารกไม่สามารถเคลื่อนผ่านลงมาได้แพทย์อาจจะให้คุณแม่ลองเจ็บครรภ์ดูก่อน ในกรณีที่คาดว่าอุ้งเชิงกรานไม่แคบมาก ระหว่างนี้แพทย์ก็จะคอยดูคุณแม่อย่างใกล้ชิดด้วย ถ้ามดลูกหดรัดตัวดีและศีรษทารกเคลื่อนต่ำลงสู่อุ้งเชิงกรานได้ การคลอดที่จะดำเนินการต่อไป แต่ถ้าตรวจพบว่าอุ้งเชิงกรานแคบและทารกตัวใหญ่เกินไป แพทย์จำเป็นจะต้องผ่าตัดคลอดให้คุณแม่การที่ทารกเอาก้นลง การเจ็บครรภ์ในระยะต่างๆ อาจเนิ่นนานกว่าการคลอดปกติ เนื่องจากส่วนก้นจะนุ่มกว่าเมื่อเทียบกับส่วนหัว จึงทำให้ปากมดลูกเปิดขยายได้ช้ากว่า ประมาณสัปดาห์ที่ ...

Read More »

Scroll To Top